กรณีศึกษา สัญลักษณ์มุมมองแบบงานอีกอย่างที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

ได้เห็นสัญลักษณ์มุมมองแบบงานจากลูกค้ารายหนึ่ง ตอนแรกที่เห็นก็ไม่ได้นึกอะไร แต่มองไปมองมา มันชักแปลกๆ  ท่านผู้อ่านดูเองแล้วกันว่าแปลกอย่างไร ใครนึกออกแล้วบอกด้วยครับ

 

สัญลักษณ์ระบบมุมมองที่ 1 หรือ 3 / First or Third Angle ที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลต้องเป็นไปตามด้านล่างนี้

 

ส่วนที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือ รูปกรวย ของสัญลักษณ์ที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ต้อง วางด้านเล็กไว้ทางซ้ายมือ และบานไปทางใหญ่ด้านขวา

 

แต่ที่เห็นจากด้านภาพด้านบน รูปกรวยกลับข้างกันอยู่  จึงอยากฝากให้ท่านผู้อ่านได้โปรดระมัดระวัง ในการเขียนแบบด้วย เพื่อที่เราจะได้ใช้แบบงาน ทำแบบงาน ได้ถูกต้องตามมาตรฐาน และลดความสับสนในการอ่านแบบด้วยอีกด้วย  อย่าลืมนะครับว่า

 

หากความผิดพลาดนี้ เกิดกับโรงงานนี้ได้ เชื่อได้ว่าคงมีเกิดขึ้นกับโรงงานอื่นๆได้เช่นกัน

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร นำไปเผยแพร่ ไปแบ่งปันกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ

20120311 กรณีศึกษา สัญลักษณ์มุมมองแบบงานอีกอย่างที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

 

Advertisements

ตัวอย่างการเขียนแบบงานไม่ถูกต้อง


จากรูปด้านบน แบบงานซึ่งเป็นภาพตัดเต็มของชิ้นงาน ไม่ถูกต้อง ขาดส่วนสำคัญไปมากเลยทีเดียว  สิ่งที่ขาดไปคือ

  1. เส้นเต็มหนัก สีแดง ซึ่งเป็นส่วนขอบชิ้นงานที่เรามองเห็น
  2. เส้นเต็มบางสีเขียว ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงภาพตัด

ท่านผู้อ่านบางคนอาจเห็นว่า ก็ไม่แปลกอะไรที่ จะมีการเขียนแบบไม่ถูกต้องบ้างในการสั่งงานทั่วไป  แต่นี่เป็นแบบงานที่ใช้ในการสั่งซื้อ-ขายกันในธุรกิจบ้านเรา ซึ่งเราควรมีการพัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมบ้านเรา

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร นำไปเผยแพร่ ไปแบ่งปันกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ

20120125 ตัวอย่างการเขียนแบบงานผิด

อีก 1 แนวทางการเปรียบเทียบค่าความหยาบผิว ระบบ เก่า ใหม่


หากเรายังไม่คุ้นกับ การกำหนดค่าความหยาบผิวระบบใหม่ ที่วัดค่าความหยาบ Ra เป็นตัวเลข เราสามารถใช้ ตารางนี้เป็นแนวทางการทำงานได้ตามตารางล่าง

ขอบคุณตารางข้อมูลดีๆ จาก

www.carrlane.com/TrigBook/TrigBook3a.cfm

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร นำไปเผยแพร่ ไปแบ่งปันกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ

20110925 อีกแนวทาง แนวทางการเปรียบเทียบค่าความหยาบผิว 2 ระบบ เก่า ใหม่

ตัวอย่างการกำหนดค่าความหยาบผิวในแบบงาน


                หากแบบงานกำหนดค่าความหยาบผิว มา 2 ค่า ค่าหนึ่ง อยู่นอกวงเล็บ อีกค่าหนึ่ง อยู่ ในวงเล็บ หมายความว่า

1.  ค่าที่อยู่นอกวงเล็บ ( ตัวอย่างนี้คือ Rz 100 ) หมายถึงผิวทั่วๆไป ผิวอื่นๆ

2.  ค่าที่อยู่ในวงเล็บ ( ตัวอย่างนี้ คือ Rz 6.3 ) หมายถึงเฉพาะผิวที่ สัญลักษณ์ ความหยาบผิว 6.3 ชี้อยู่

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร นำไปเผยแพร่ ไปแบ่งปันกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ

20110916 ตัวอย่างการกำหนดค่าความหยาบผิวในแบบงาน

การอ่านสัญลักษณ์มุมมองในแบบงาน

การอ่านสัญลักษณ์มุมมองในแบบงาน

ระบบมุมมองที่ 3 หรือ Third Angle (รูปตัวอย่างด้านขวามือ) ภาพชิ้นงานด้านซ้าย วางในแบบงานที่ด้านซ้าย , ภาพชิ้นงานด้านบน วางในแบบงานที่ด้านบน , ภาพชิ้นงานด้านขวา วางในแบบงานที่ด้านขวา สรุปง่ายๆ คือ ภาพชิ้นงานด้านไหน ก็วางในแบบงานที่ด้านนั้น

ระบบมุมมองที่ 1 หรือ First Angle (รูปตัวอย่างด้านซ้ายมือ) ภาพชิ้นงานด้านซ้าย วางในแบบงานที่ด้านขวา , ภาพชิ้นงานด้านบน วางในแบบงานที่ด้านล่าง , ภาพชิ้นงานด้านขวา วางในแบบงานที่ด้านซ้าย สรุปง่ายๆ คือ ภาพชิ้นงานด้านไหน ก็วางในแบบงานอีกด้านหนึ่ง

การอ่านสัญลักษณ์  ให้ยึดที่รูปกรวยเป็นหลัก เราจะมองเห็นวงกลม 2 วงที่เป็นเส้นเต็ม จากการมองกรวยชิ้นงานด้านซ้ายมือ แต่การวางภาพวงลม จะมีการวางที่ด้านซ้ายหรือขวา

หากวางวงกลม 2 วง ที่ซ้ายมือก็เป็นการวางภาพด้วยมุมมอง Third Angle เพราะเป็นภาพชิ้นงานด้านซ้ายมือ วางในแบบงานก็วางที่ด้านซ้ายมือ

หากวางวงกลม 2 วง ที่ขวามือก็เป็นการวางภาพด้วยมุมมอง First Angle เพราะเป็นภาพชิ้นงานด้านซ้ายมือ วางในแบบงานไปวางที่ด้านขวามือ

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร นำไปเผยแพร่ ไปแบ่งปันกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ

20110921 การอ่านสัญลักษณ์มุมมองในแบบงาน

ความหมายสัญลักษณ์กำหนดความหยาบผิว(แบบเดิม)

ความหมายสัญลักษณ์กำหนดความหยาบผิว(แบบเดิม)

            แม้ว่าการกำหนดความหยาบผิวในแบบงานของชิ้นงานรุ่นใหม่(ที่ใช้มาหลายสิบปีแล้ว) จะไม่ใช้การกำหนดโดยใช้รูปสามเหลี่ยม แต่ก็ยังมีแบบงานหลายแบบ ที่ยังมีการกำหนดความหยาบผิวโดยใช้สัญลักษณ์สามเหลี่ยมอยู่ ดังนั้นเพื่อให้มีความเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์ดังกล่าวจึงนำความหมายที่มีการสรุปมาแล้วมาเผยแพร่ให้ทราบกัน และนำไปใช้วางแผนการขึ้นรูปด้วยการตัดเฉือนได้เหมาะสม

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร นำไปเผยแพร่ ไปแบ่งปันกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ

20110813 สัญลักษณ์กำหนดความหยาบผิว_แบบเดิม_

แนวทางการเปรียบเทียบค่าความหยาบผิว 2 ระบบ เก่า ใหม่

แนวทางการเปรียบเทียบค่าความหยาบผิว 2 ระบบ เก่า ใหม่

                                หากเรายังไม่คุ้นกับ การกำหนดค่าความหยาบผิวระบบใหม่ ที่วัดค่าความหยาบเป็นตัวเลข เราสามารถใช้ ตารางนี้เป็นแนวทางการทำงานได้ตามตารางล่าง

หากแบบงานกำหนด ค่า Ra หรือ ค่า Rz  ซึ่งแบบงานต้องกำหนดมาอย่างใดอย่างหนึ่ง จะไม่กำหนดมาทีเดียว 2 ค่า

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร นำไปเผยแพร่ ไปแบ่งปันกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ

20110916 แนวทางการเปรียบเทียบค่าความหยาบผิว 2 ระบบ เก่า ใหม่

ความรู้เกี่ยวกับระยะลบคมในแบบงาน

ความรู้เกี่ยวกับระยะลบคมในแบบงาน

 

การลบคม หรือ Chamfer (แชม-เฟ่อ) หรือ บางทีก็เรียกว่าทำ C (ซี)  มีประโยชน์ อยู่หลายประการได้แก่

1.  ลบคมที่เกิดขึ้นจากการขึ้นรูป ป้องกันการบาดมือ

2.  เพิ่มมูลค่างาน งานที่มีการลบคม ดูดีกว่างานที่ไม่ได้ลบคม

3.  ช่วยให้การประกอบ แบบนั่งบ่า นั่งเบ้า ที่มุมงานไม่ติดขัดไม่ชนมุม

แต่ไม่ใช่ทุกงานที่ต้องลบคม งานที่เป็นคมตัดเช่น พั้นช์  ไม่ต้องลบคม (แต่ต้องลบครีบนะ) เพราะเราต้องการใช้คมตัด

ตัวอย่างการบอกขนาดลบคมในแบบงานที่พบส่วนใหญ่มี 2 แบบคือ

แต่สำหรับการบอกขนาดแบบด้านขวามือ บอกแบบ C1  แล้วเคยพบกับบางคน ในบางโรงงาน เข้าใจไม่ตรงกันเกี่ยวกับระยะลบคม  ซึ่งควรเป็นตามด้านล่างที่รูปซ้ายมือ ไม่ใช่ด้านล่างขวามือ

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร นำไปเผยแพร่ ไปแบ่งปันกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ

20110920 ความรู้เกี่ยวกับระยะลบคมในแบบงาน

อีกตัวอย่างการให้ขนาดเกลียวและความลึกเกลียว

อีกตัวอย่างการให้ขนาดเกลียวและความลึกเกลียว

                   ในแต่ละโรงงานมีแนวทาง วิธีการกำหนดขนาดในแบบงานที่แตกต่างกันไป ทั้งที่เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด หรือตามโรงงานกำหนด ซึ่งก็ไม่ได้ผิดแปลกอะไร

ครั้งนี้จึงขอเสนอตัวอย่างการกำหนดเกลียวในมาให้ดู เผื่อเป็นแนวทางนำไปประยุกต์ หรือทำความเข้าใจแบบงานที่ได้รับมาได้

ความแตกต่างจากแบบงานมาตรฐานที่พอสังเกตได้คือ

  1. บอกจำนวนรูเกลียว ที่ด้านหน้าการกำหนดขนาด เพื่อไม่ต้องไปนับจำนวนรูในแบบ ซึ่งบางทีมีโอกาสนับไม่ครบ
  2. บอกระยะพิท ทั้งที่เป็นระยะพิทมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่นำดอกต๊าปพิเศษมาใช้
  3. บอกความลึกเกลียว เพื่อไม่ต้องไปบอกระยะความลึกเกลียวอีกที่มุมมองแบบด้านอื่นๆ

ตัวอย่างนี้ >>> ให้ทำเกลียวใน ขนาด M4 ระยะพิท 0.7 เกลียวลึก 10 มิลลิเมตร จำนวน 2 รู

ตัวอย่างนี้ >>> ให้ทำเกลียวใน ขนาด M6 ระยะพิท 1.0 เกลียวลึก 12 มิลลิเมตร จำนวน 4 รู

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสาร นำไปเผยแพร่ ไปแบ่งปันกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ

20111209 อีกตัวอย่างการให้ขนาดเกลียวและความลึกเกลียว